เปิดจองในไทยแล้ว! Tesla Roadster ใหม่จาก Tesla x SpaceX โชว์ตีลังกากลางอากาศ เร่ง 0–96 กม./ชม. ต่ำกว่า 1 วินาที
Tesla สร้างกระแสฮือฮาอีกครั้ง หลังเผยโฉม The New Tesla Roadster รถสปอร์ตไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีจาก Tesla และ SpaceX พร้อมสาธิตการขับกลับหัวและหมุนกลางอากาศด้วยระบบขับดันพิเศษ ขณะที่มีรายงานว่าเปิดรับจองในประเทศไทยแล้ว ด้วยเงินจองเริ่มต้น 178,000 บาท โดย Tesla ตั้งเป้าเริ่มผลิตในปี 2028
Tesla Roadster ใหม่ โชว์เทคโนโลยีลอยตัวกลางอากาศการเปิดตัวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 ณ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เผยให้เห็นความสามารถของ Roadster รุ่นใหม่ ทั้งการขับขึ้นทางลาดในลักษณะกลับหัว การยกตัวขึ้นจากพื้น และการหมุนกลางอากาศก่อนลงจอดเทคโนโลยีสำคัญประกอบด้วยระบบสร้างแรงดูดใต้ท้องรถแบบหลายโหมด (Multi-mode Suction System) ซึ่งช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะกับพื้นผิว และระบบขับดันก๊าซเย็น (Cold-Gas Thrusters) ที่พัฒนาร่วมกับเทคโนโลยีจาก SpaceX เพื่อช่วยสร้างแรงขับและควบคุมการเคลื่อนที่ของรถอย่างไรก็ตาม ความสามารถในการยกตัวและหมุนกลางอากาศเป็นคุณสมบัติของรถที่ติดตั้งระบบขับดันดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า Roadster ทุกรุ่นสามารถบินได้เหมือนอากาศยาน และการใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและกฎหมายอัตราเร่งต่ำกว่า 1 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดกว่า 370 กม./ชม.หนึ่งในจุดเด่นของ Tesla Roadster ใหม่คือสมรรถนะที่มีการรายงานไว้ในระดับสูง โดยตัวเลขอัตราเร่งจาก 0–60 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 96.6 กม./ชม. แตกต่างกันตามรุ่น ดังนี้
- Performance: ต่ำกว่า 1.6 วินาที
- Thrust: ต่ำกว่า 0.9 วินาที
- Rocket: ต่ำกว่า 0.59 วินาที

นอกจากนี้ ยังมีการระบุความเร็วสูงสุดมากกว่า 230 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 370 กม./ชม. และระยะทางวิ่งมากกว่า 300 ไมล์ หรือประมาณ 483 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลสมรรถนะที่มีการรายงานเกี่ยวกับรถรุ่นใหม่ ไม่ใช่ผลทดสอบอิสระที่ยืนยันว่ารถผลิตจำหน่ายจริงจะทำได้ตามตัวเลขดังกล่าวทุกประการ
Tesla Roadster 3 รุ่น Performance, Thrust และ Rocket ต่างกันอย่างไร?
Tesla Roadster รุ่นใหม่ถูกนำเสนอ 3 เวอร์ชันหลัก โดยแต่ละรุ่นแตกต่างกันด้านระบบขับดัน สมรรถนะ และลักษณะการใช้งาน
Performance — รุ่นมาตรฐาน
- ที่นั่ง 2 ที่นั่ง
- Performance: ต่ำกว่า 1.6 วินาที
- Thrust: ต่ำกว่า 0.9 วินาที
- Rocket: ต่ำกว่า 0.59 วินาที
Thrust — รุ่นเพิ่มระบบขับดัน
- ที่นั่ง 2 ที่นั่ง
- เพิ่มระบบขับดันก๊าซเย็นเพื่อเสริมแรงขับ
- เน้นสมรรถนะสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน
- มีรายงานว่าเป็นรุ่นผลิตจำนวนจำกัด
Rocket — รุ่นสมรรถนะสูงสุด- ที่นั่ง 1 ที่นั่ง
- ระบบขับดันหลายตำแหน่งรอบตัวรถ
- ออกแบบให้รองรับการยกตัวและหมุนกลางอากาศ
- เปิดให้เฉพาะผู้ได้รับคำเชิญตามข้อมูลที่เผยแพร่
เงื่อนไขการจำหน่ายและข้อจำกัดการใช้งานของแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน โดยเฉพาะรุ่น Rocket ซึ่งยังมีข้อจำกัดด้านการใช้งานบนถนนสาธารณะ
ดีไซน์สปอร์ต พร้อมเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร
Roadster รุ่นใหม่มาพร้อมดีไซน์ที่เน้นเส้นสายเฉียบคมและหลักอากาศพลศาสตร์ รายละเอียดที่มีการรายงาน ได้แก่ สีตัวถัง Ano White กระจกโทนสีทอง พวงมาลัยแบบ Yoke ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้า Steer-by-Wire และหน้าจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่



นอกจากนี้ ยังมีระบบ Active Aero ที่สามารถปรับองค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์ตามรูปแบบการใช้งาน ขณะที่รายละเอียดวัสดุ อุปกรณ์มาตรฐาน และสเปกฉบับสมบูรณ์ของรถแต่ละรุ่นยังต้องติดตามการยืนยันจากผู้ผลิต
Tesla Roadster เปิดจองในไทยแล้ว เงินจองเริ่มต้น 178,000 บาท
ข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อยานยนต์ไทยระบุว่า Tesla Roadster รุ่น Performance เปิดรับจองในประเทศไทย โดยมีขั้นตอนการชำระเงินดังนี้
- เงินจองงวดแรก: 178,000 บาท
- ยอดชำระเพิ่มเติม: 1,598,000 บาท ภายใน 10 วัน
- รวมเงินจองตามขั้นตอน: 1,776,000 บาท
ยอดรวมดังกล่าวเป็นเงินจองตามขั้นตอน ไม่ใช่ราคาจำหน่ายรถเต็มคัน โดยมีรายงานว่าเงินจองงวดแรกสามารถขอคืนได้ ผู้สนใจควรตรวจสอบเงื่อนไขการคืนเงินและข้อกำหนดการชำระเงินงวดถัดไปจากข้อตกลงการจองที่ใช้ในประเทศไทยก่อนดำเนินการ
สำหรับรุ่น Thrust และ Rocket มีเงื่อนไขการเข้าถึงแตกต่างจากรุ่น Performance จึงไม่ควรสรุปว่าทั้งสามรุ่นเปิดให้จองทั่วไปภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ขณะที่ราคาจำหน่ายจริงและกำหนดส่งมอบในประเทศไทยยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม
Tesla Roadster ตั้งเป้าเริ่มผลิตปี 2028
Tesla เผยแนวคิด Roadster เจเนอเรชันใหม่ครั้งแรกในปี 2017 และเดิมเคยตั้งเป้าเริ่มส่งมอบในปี 2020 ก่อนเลื่อนกำหนดการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายล่าสุดที่มีการรายงานคือเริ่มผลิตในปี 2028
การกลับมาของ Roadster ครั้งนี้สะท้อนความพยายามนำเทคโนโลยีด้านอากาศพลศาสตร์และระบบขับดันมาประยุกต์ใช้กับรถสปอร์ตไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ราคาจำหน่ายจริง สเปกฉบับสมบูรณ์ กำหนดส่งมอบ และข้อกำหนดการใช้งานในแต่ละประเทศยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปแหล่งที่มา: Tesla Thailand