Last updated: 23 ต.ค. 2569 | 119 จำนวนผู้เข้าชม |
Cybercab ไม่ได้มีไว้แค่เรียกรถ! Tesla เตรียมขายให้ลูกค้าทั่วไปภายในปีนี้
Cybercab อาจไม่ได้เป็นแค่ Robotaxi ของ Tesla อีกต่อไป เพราะล่าสุด Tesla เปิดเผยว่า บริษัทกำลังตั้งเป้า เริ่มส่งมอบ Cybercab ให้ลูกค้าภายนอกภายในสิ้นปี 2026 เปิดทางให้รถไร้พวงมาลัยรุ่นนี้สามารถมีเจ้าของเป็นบุคคลทั่วไปได้เป็นครั้งแรก
จาก Robotaxi ของ Tesla สู่รถที่ลูกค้าซื้อได้
Lars Moravy รองประธานฝ่ายวิศวกรรมรถยนต์ของ Tesla ระบุว่า บริษัทต้องการเริ่มส่ง Cybercab ไปถึงมือลูกค้าในปีนี้ โดยช่วงแรกจะเริ่มจาก จำนวนไม่มาก ก่อน เหตุผลคือ Tesla ต้องการเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการส่งมอบ การเป็นเจ้าของ ไปจนถึงการบริหารรถ Autonomous เมื่อรถไม่ได้อยู่ใน Fleet ของบริษัทเอง ก่อนค่อยขยายจำนวนในภายหลัง Cybercab แตกต่างจาก Tesla ที่เราคุ้นเคย เพราะรถถูกออกแบบมาสำหรับการขับอัตโนมัติโดยเฉพาะ มี 2 ที่นั่ง ประตูแบบ Butterfly Door และ ไม่มีพวงมาลัย แป้นคันเร่ง แป้นเบรก หรือกระจกมองข้างแบบรถทั่วไป
Austin เริ่มวิ่งแล้ว ส่วน Dallas คือเมืองถัดไป
ปัจจุบัน Tesla เริ่มให้บริการ Cybercab แบบมีค่าใช้จ่ายใน Austin, Texas แล้ว และมีแผนขยายบริการไปยัง Dallas ในเดือนพฤศจิกายน 2026 Tesla มองว่าในอนาคต Cybercab จะกลายเป็นหนึ่งในรถหลักของ Robotaxi Network แม้ในช่วงแรก รถส่วนใหญ่จะยังเป็นรถที่ Tesla เป็นเจ้าของและนำไปใช้ในบริการเรียกรถของบริษัทเอง
แต่ด่านใหญ่ยังเป็นเรื่องกฎหมาย
แผนขาย Cybercab ให้ลูกค้ายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องผ่าน คือ กฎความปลอดภัยของสหรัฐฯ NHTSA กำลังตรวจสอบว่า Tesla ใช้หลักเกณฑ์ใดในการรับรอง Cybercab เนื่องจากมาตรฐานรถยนต์จำนวนมากในปัจจุบันถูกเขียนขึ้นสำหรับรถที่มีคนขับ และกำหนดอุปกรณ์อย่างพวงมาลัยหรือแป้นเหยียบเอาไว้ Tesla มีเส้นตายส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ NHTSA ภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ขณะที่กฎใหม่สำหรับรถ Autonomous ที่ไม่มีอุปกรณ์ควบคุมสำหรับมนุษย์ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุง
Tesla ตั้งเป้า เริ่มขาย Cybercab ให้ลูกค้าภายนอกภายในสิ้นปี 2026 โดยจะเริ่มจากจำนวนไม่มากก่อน เพื่อทดลองระบบการส่งมอบและการเป็นเจ้าของรถ Autonomous จริง ถ้าแผนนี้เกิดขึ้นได้ Cybercab จะไม่ใช่แค่ Robotaxi ของ Tesla อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นรถไร้คนขับที่บุคคลทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ ราคา เงื่อนไขการซื้อ พื้นที่ที่สามารถใช้งานได้ และผลการตรวจสอบจาก NHTSA ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญว่า Tesla จะเดินหน้าแผนนี้ได้เร็วแค่ไหน
ที่มา: Reuters